Sales Mindset ทักษะการคิดเพื่อปั้นยอดขายให้ได้เป้า
(The Great Sales Mindset to Achieve Sales Objectives)
- ในสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ การมีทีมขาย ทีมการตลาดและบริการที่มีความสามารถเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยแต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของนักบริหารหลายคนที่อาจทำได้ เรื่องที่มักจะทำให้นักบริหารท้อแท้มิใช่เรื่องการสร้างและ อบรมความสามารถในการตลาด การขายและบริการกับทีมงาน หากแต่เป็นการสร้าง Mindset ที่ถูกต้องและความคิดเชิงบวกให้กับทีมงานซึ่งถึงแม้ยังด้อยประสบการณ์แต่หากสามารถเริ่มต้นได้ด้วยความคิดเชิงบวกแล้ว การสร้างทีมเสือคงไม่ไกลเกินความสามารถของผู้บริหารเป็นแน่ หลักสูตรนี้จึงเน้นในการสร้าง Sales Mindset และความคิดเชิงบวกให้แก่ทีมงานขายและการตลาดนอกเหนือจากการสร้างทักษะในการขายตามปรกติที่หลักสูตรฝึกอบรมทั่วไปสามารถตอบสนองได้
(Proactive Selling to Make Sales Performance)
- นักขายในยุคที่เศรษฐกิจถดถอยเป็นโอกาสที่ผู้ที่ทำงานเชิงรุกจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการทำงานแบบต้นทุนต่ำแต่ให้ผลเกินคาด ทั้งในแง่ Sales Productivity และ ประสิทธิภาพในการเก็บหนี้ค่าสินค้าซึ่งเจ้าหนี้มักฉวยโอกาสในการดึงการชำระเงินให้ยาวกว่าเดิม Supplier ที่มีความสามารถในการทวงหนี้ได้ดีย่อมสามารถสร้างคมการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งที่กำลังถอดใจและกำลังลาจากสังเวียนในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการค้าขาย ผู้ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้จะสามารถพิชิตหรือทวงคืนส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างไม่ยากเลยด้วยกลยุทธ์การขายเชิงรุกในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ขายได้ต้องเก็บเงินได้ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรของเราต่อไป
เทคนิคการขาย เพื่อการเป็นมืออาชีพขั้นเทพ
- การขายในยุคนี้เน้นความต่างมาเป็นอันดับแรก เพราะปัจจุบันนักขายมีความคล้ายเหมือนกันมากจนเกินไป กล่าวคือ พนักงานขายไม่ได้แสดงบทบาททางการขายที่สมบูรณ์ จึงมีให้เห็นบ่อยว่า พนักงานขายส่วนใหญ่จะเน้นแต่การนำเสนอขายเพียงอย่างเดียว แต่ไม่เข้าใจความต้องการ นำเสนอได้ไม่ตรงจุดหรือแม้แต่การขจัดข้อข้องใจหรือการจับประเด็นในการเจรจาต่อรอง อีกทั้ง ในยุคนี้ประเด็นใหม่ก็มาท้าทายพนักงาน คือ หากมัวแต่ค้นหาปัญหาลูกค้าจนลืมการเสนอไอเดียก็ถือว่าแนวทางการขายที่เก็บปัญหาด้านเดียวก็ถือว่าล้าหลัง ดังนั้น การขายขั้นเทพ หมายถึง คุณจะเป็นนักขายที่มีแนวทางในการเสนอไอเดียเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าของคุณเอง
(Inbound - Outbound Telesales Strategy)
- การขายทางโทรศัพท์ ดูเป็นเรื่องง่ายๆ และเป็นช่องทางหนึ่งที่ลงทุนน้อยและทุกองค์กรเลือกใช้ องค์กรต่างๆ จึงใช้ "การขายทางโทรศัพท์" มาเป็น "กลยุทธ์" ทำธุรกิจ แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า “ทำไมพนักงานจึงทำยอดขายได้น้อยจัง ได้แต่การปฏิเสธ และรอติดต่อกลับ” หรือ “ช่างเสียเวลาและทรัพยากรที่ลงทุนลงแรงไป” แต่ … ปัญหาที่ว่านี้ ! จะหมดไป…เมื่อท่านได้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนี้
(Professional Selling Technique for Increasing Sales Volume)
- การขายที่เน้นขายให้ลูกค้าไม่ว่าจะเป็นรายบุคคล รายใหญ่หรือขายให้แก่องค์กร ต้องเน้นความสำคัญของลูกค้าเป็นหลัก พนักงานขายที่ดีต้องสร้าง Customer Value ขึ้นให้ได้ การขายสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้าเราไม่ได้เน้นการขายเพื่อวันนี้เท่านั้น การขายแบบมีเทคนิคการขายอย่างมืออาชีพให้แก่ลูกค้าจะส่งผลถึงการขายในระยะยาวเพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นพนักงานขายควรจะรู้ วิเคราะห์ลูกค้า เทคนิคการเปิดใจลูกค้าก่อนการเสนอขายสินค้าและบริการ เทคนิคในการวิเคราะห์และค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ตามมาด้วยเทคนิคในการนำเสนอขายสินค้าที่เหนือคู่แข่งขัน และเข้าใจถึงเคล็ดลับและเทคนิคการให้คำปรึกษา และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าให้ได้ในระยะยาว การจัดการข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและการปิดการขายที่สร้างความพอใจแก่ทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะอยู่ในกระบวนใดๆก็ตามของการขาย เนื้อหาของการฝึกอบรมนั้นจะเน้นให้ได้เรียนรู้หลักการต่างๆ การทำกิจกรรมฝึกปฏิบัติเพื่อทำให้ผู้เข้าฝึกอบรมนั้นมีความเข้าใจในเนื้อหาอย่างแท้จริงก่อนที่จะนำความรู้นั้นไปในการทำงานเพื่อเสริมสร้างเทคนิคการขายอย่างมืออาชีพนั่นเอง
SALES FOR NON-SALES ขายได้ แม้ไม่เคยขาย
- การขายเป็นเรื่องของศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีความลึกซึ้ง แต่มีหลายคนมักมองว่าเป็นอาชีพที่ฝึกได้แบบพี่สอนน้อง ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย นั้นก็เป็นเพราะการถ่ายทอดแบบนั้นไม่ได้ถ่ายทอดตามหลักของการสร้างความเข้าใจด้านความคิดเกี่ยวกับการขาย บางคนจึงไม่อยากขาย บางคนจึงมีอคติกับเรื่องการขายที่เป็นเชิงลบ วึ่งจริงๆ แล้วทุกธุรกิจต่างก็ต้องพึ่งการขาย ยิ่งในยุคปัจจุบันบางแผนกในอดีตองค์กรไม่เคยมีขายเลย เป็นส่วนงานแค่ซัพพอร์ทเท่านั้น แต่ในปัจจุบันที่การแข่งขันต้องรวดเร็ว บางองค์กรจึงต้องเริ่มฝึกพนักงานบางส่วนให้เริ่มที่คิดจะขาย ก่อนที่องค์กรจะขาดพนักงานขายที่หารายได้เข้าองค์กร
พนักงานขายภาคสนาม
(Sales Hunter)
- โดยหลักการที่ว่า “พนักงานขาย คือ ด่านหน้าของธุรกิจ" ดังนั้น การเพิ่มพูนทักษะหรือความสามารถในการขาย ย่อมเป็นการสร้าง "ความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน" ให้เพิ่มขึ้นเหนือคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะการสร้าง “ความเป็นเลิศ (Excellence)” ให้กับพนักงานขายที่เป็น “ผู้ทำรายได้” เข้ามาสู่องค์กร โดย
เทคนิคการเจรจาต่อรองและปิดการขาย
(Professional Negotiation in Sales)
- ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวนและสถานการณ์แข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจการค้า ซึ่งทุกบริษัทต่างต้องการรักษาดึงดูดและช่วงชิงลูกค้า เพื่อให้บริษัทอยู่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ จึงหลีกหนีไม่พ้นในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความสามารถในการเจรจาต่อรองและปิดการขายแก่พนักงานขายให้มีประสิทธิผลสูงสุดนั่นเอง
การเจรจาต่อรองและปิดการขายอย่างมืออาชีพ สำหรับนักขาย GEN Y
- ในปัจจุบันผู้ทำงานด้านการขายมีความเหลื่อมล้ำทางด้านอายุกับลูกค้าเป็นอย่างมาก ทำให้การขายเกิดความไม่น่าเชื่อถือ เพราะการเจรจาและการโน้มน้าวเป็นจุดอ่อนของนักขายสายเลือดใหม่ที่ขาดแต้มต่อเรื่องของความน่าเชื่อถือ อีกทั้งการเจรจาต่อรองยังหมายถึงการใช้เทคนิค บุคลิกภาพและทักษะเป็นอย่างมาก ซึ่งการเจรจาต่อรองจำเป็นต้องพึ่งทักษะการอ่านความต้องการ การจัดการประเด็นที่เป็นปัญหา การเข้าใจในคำพูดและข้อจำกัดในข้อต่อรองจึงจะสามารถพิชิตใจลูกค้าได้ ดังนั้นนักขายสายเลือดใหม่อย่างGEN Y จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยกระดับทั้งวิธีการและการสร้างแต้มต่อเพื่อจะสามารถนำพาลูกค้าไปสู่ประตูปิดการขายได้แบบไม่เสียเปรียบ
สุดยอดเทคนิคการขายทางโทรศัพท์
- ปัจจุบันในยุคที่การขายแข่งขันกันอย่างรุนแรง การขายทางโทรศัพท์ถือเป็นเครื่งมือที่มีประสิทธิภาพมากและยังคงความขลังในการประสบความสำเร็จในการขายได้ เพียงแต่ต้องมีความเข้าใจในเครื่องมือที่ซับซ้อนนี้ หากนักขายสามารถเข้าใจเครื่องมือที่ซับซ้อนนี้ก็จะสามารถทำให้การขายเกิดขึ้นทางโทรศัพท์ได้ไม่ยากนัก เพียงแต่การขายทางโทรศัพท์ยังต้องอาศัยความอดทนและความตั้งใจอย่างมากเพราะการขายไม่ได้เกิดขึ้นเพียงสายเดียว แต่เกิดขึ้นได้จากสายสัมพันธ์ ดังนั้นการขายทางโทรศัพท์จึงเป็นเครื่องมือปราบเซียนการขายมานักต่อนัก เพื่อพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพที่แท้จริง
การสื่อสารและการจัดการข้อร้องเรียนลูกค้าอย่างมืออาชีพ
- ในปัจจุบันที่การทำตามความคาดหวังเป็นเรื่องที่ยากมากมายในการให้บริการลูกค้า แต่ก็ไม่อาจปฎิเสธได้ว่า องค์กรใดสามารถทำตามความต้องการของลูกค้าได้ย่อมมีชัยเหนือคู่แข่ง แต่หากความคาดหวังของลูกค้ามักนำมาซึ่งความยากในการปฎิบัติตามความต้องการโดยผู้ให้บริการที่มีทักษะความเข้าใจในบริการที่ยังไม่มากพอ จึงทำให้เกิดข้อร้องเรียนได้ง่าย ก่อเกิดเป็นความผิดหวังต่อการบริการ อันจะนำมาซึ่งปัญหาที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้อง การร้องขอ ที่ตามมาด้วยค่าชดเชย ค่าเสียหาย หรือแม้กระทั่งถึง สคบ. ทำให้การบริการในยุคปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้ว่า หากจะทำบริการให้เหนือระดับก็ต้องเตรียมใจรับกับข้อร้องเรียนที่จะเกิด ดังนั้นการเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหาหรือรับมือข้อร้องเรียนก่อนจะบานปลายจึงถือเป็นกลยุทธ์ที่จะประคับประคองไม่ให้ปัญหานั้นใหญ่เกินไปจนถึงขั้นจัดการไม่ได้ เพราะในยุคนี้มีองค์กรมากมายที่พลาดท่าให้กับการจัดการข้อร้องเรียนซึ่งทำให้ความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้าลดน้อยลงหากองค์กรไม่แก้ไขปัญหาในเรื่องด้วยการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมต่อการรับมือ องค์กรก็จะเสียลูกค้าไปได้
เทคนิคการขายอย่างที่ปรึกษา
(Consultative Selling Techniques)
- ทุกวันนี้ การแข่งขันของธุรกิจมีความรุนแรง ยากลำบากและหนักหน่วงยิ่งขึ้น เพราะนอกจากมีคู่แข่งขันที่เข้มแข็งแล้ว บรรดาลูกค้าก็มีความต้องการมากขึ้น เลือกหาข้อมูลสินค้า และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ รู้จักวิเคราะห์เปรียบเทียบ ชั่งใจถึงข้อดีข้อเสีย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เพื่อให้พนักงานขายและผู้ให้บริการอยู่รอดได้ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ จึงหลีกหนีไม่พ้นในการส่งเสริมพัฒนาทักษะความสามารถด้านการขายในเชิงที่ปรึกษาให้มีประสิทธิผลสูงสุดแก่พนักงาน
หลักสูตรนี้จึงพัฒนาขึ้น เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเรียนรู้เทคนิควิธีในการเป็นที่ปรึกษาการขายที่เป็นระบบ ฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนการขายแบบที่ปรึกษา วิธีการถามเพื่อสืบค้นความต้องการที่แท้จริง การโน้มน้าวจิตใจลูกค้าให้เกิดความมั่นใจ การขจัดข้อโต้แย้ง และสรุปปิดการขายด้วยความยินยอมพร้อมใจจากลูกค้า ซึ่งผู้เรียนสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานงานจริงได้ในชีวิตการทำงานขาย
กลยุทธ์คู่คิดแบบฉบับนักขายที่ปรึกษา
(Consultative Selling Skills)
- ในยุคที่นักขายจำเป็นต้องมีการปรับตัวอย่างมากนับตั้งแต่การก้าวเข้ามาของออนไลน์ นักขายมีความจำเป็นต้องยกระดับตนเองให้เข้าใจถึงปัญหาของลูกค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะกับลูกค้าในยุคปัจจุบันที่เข้าใจได้ยากมากข้น ตัวเลือกเยอะขึ้น จึงทำให้นักขายที่เน้นแต่จะขายแบบธรรมดาไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อีกต่อไป ดังนั้นแล้วนักขายกำลังถูกทดสอบทักษะด้านอื่น ได้แก่ ทักษะการมีแนวความคิดหรือไอเดีย ทักษะการแก้ไขปัญหาก่อนการซื้อขายหรือแม้กระทั่งหลังการขาย การยกระดับการซื้อขายระหว่างตนเองและลูกค้า ซึ่งหากกล่าวอย่างง่ายๆ คงถึงเวลาแล้วที่นักขายจะต้องยกระดับตนเองให้สมกับที่เป็นคู่คิดของลูกค้า นั้นคือ กลายเป็นนักขายที่ปรึกษาอย่างแท้จริง
เทคนิคการขายเชิงรุกเพื่อเพิ่มลูกค้าใหม่อย่างได้ผล
(Effective Proactive Selling to Increase New Customers)
- การขายเป็นงานที่สำคัญต่อความอยู่รอดขององค์กร แม้องค์กรทั้งหลายจะให้ความสำคัญกับการธำรงรักษาลูกค้าเก่า แต่นักขายก็ต้องหาโอกาสในการขายกับลูกค้ารายใหม่ เพื่อขยาย Port การขายของตนเองให้ได้ผลอย่างมืออาชีพ จึงควรอย่างยิ่งที่นักขายจะได้เรียนรู้และฝึกทักษะของการขายเชิงรุกที่เป็นการขายอันมุ่งแสวงหาโอกาสใหม่จากลูกค้า หลักสูตรนี้ ช่วยให้นักขายได้ทบทวนกระบวนการขายแบบมืออาชีพ และการพัฒนาต่อยอดงานขายให้เป็นการขายเชิงรุก (Proactive Selling) เพื่อรับมือกับสภาวะการแข่งขันทางการขายอย่างสูงในปัจจุบันและอนาคต
การบริหารลูกค้า Key Account
(Key Account Customer Management)
- ในโลกของการแข่งขันทางธุรกิจอย่างรุนแรงเช่นทุกวันนี้ กลยุทธ์การบริหารลูกค้าที่ต้องคำนึงถึง คือ ลูกค้าในแต่ละรายมีความสำคัญไม่เท่ากัน เนื่องจากลูกค้าแต่ละรายทำรายได้ให้กับองค์กรแตกต่างกัน ดังนั้น การบริหารลูกค้า Key Account ที่สร้างรายได้ให้เรามาก จึงเป็นกลยุทธ์ที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ เพราะทรัพยากรขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย พนักงานผู้ให้บริการ รวมถึงงบประมาณนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ความท้าทายผู้บริหารและพนักงานฝ่ายขาย “ต้องทำอย่างไร” ที่ให้ลูกค้า Key Account อยู่กับองค์กรให้นานแสนนานด้วย “ความภักดี” ต่อสินค้าและบริการ..... หลักสูตรนี้มีคำตอบ
จิตวิทยาโน้มน้าวใจลูกค้าให้ซื้อง่ายขายคล่อง
(Psychology of Persuasive to Easy Buying)
- เพื่อให้พนักงานขายสามารถเจาะเข้าไปในใจของลูกค้า คือทักษะสำคัญในการสร้างความอยาก ทักษะการเชิญชวนที่กระตุ้นความฉงนให้สนใจ และลูกค้ายินดีที่จะซื้อด้วยความเต็มใจ การเสนอขายก็ย่อมมีโอกาสในการปิดการขายที่สูงขึ้น โดยการเสนอขายที่สามารถ "โน้มน้าวใจ" ลูกค้าให้ "อยาก" และ ปิดการขายได้ด้วย "ความพึงพอใจที่จะซื้อ" ด้วยตัวลูกค้าเองดีกว่าการเป็น ผู้อยู่ในฐานะถูกขายหรือยัดเยียดให้ซื้อ อันเป็น "จิตวิทยาโน้มน้าวใจลูกค้า" ที่ช่วยให้ "ซื้อง่าย ขายคล่อง" นั่นเอง
การบริหารแรงจูงใจของพนักงานขายเพื่อพิชิตยอดขาย
(Sales Motivation Management to Drive Sales Performance)
- ธรรมชาติการทำงานของพนักงานขายโดยทั่วไป มักพบว่าในช่วงแรกจักมีการตื่นตัว มุ่งมั่นตั้งใจในการขาย มีความอดทนต่อสถานการณ์ที่เป็นอุปสรรคในการทำงานได้เป็นอย่างดี และหลังจากเวลาผ่านไป 2 – 3 ปี กลับพบว่าพละกำลังในการทำงานของพนักงานขายมักลดลง อันเนื่องมาจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในที่ทำงานมีผลต่อทัศนคติและแรงจูงใจในการทำงาน จึงทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานถดถอยลง ดังนั้น การบริหารแรงจูงใจพนักงานขายให้พนักงานขายค้นพบตนเอง รู้จักการตั้งเป้าหมายชีวิตในการทำงาน รู้จักปลดปล่อยพลังศักยภาพของตนเองออกมาใช้ขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ มีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง และการคิดเชิงบวก รวมทั้งการทำงานอย่างมีเป้าเหมายต่อตนเอง ย่อมส่งผลให้พนักงานขายเกิดความรู้สึกรักในงานที่ทำ ภูมิใจในงานที่ทำ ส่งผลดีต่อองค์กรในภาพรวม
การขายเหนือความคาดหมายที่สร้างความประทับใจของพนักงานขายหน้าร้าน
(Beyond Expectation to Impressive Selling of PC Sales)
- เนื่องจากลูกค้าในปัจจุบันมักตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการด้วยความรอบคอบมาก ทั้งมีการศึกษาข้อมูลของสินค้ามาก่อนเพื่อเปรียบเทียบ และมีความต้องการปลีกย่อยอื่นๆ เพิ่มขึ้นแตกต่างไปจากเดิม ทำให้การแข่งขันในทุกวันนี้ ทุกท่านคงไม่ปฏิเสธว่า...การขายหน้าร้าน มีความยากลำบากมากขึ้นทุกทีทำให้การขายที่พนักงานขายหน้าร้านที่มีทักษะที่มีประสิทธิภาพ และเป็นมืออาชีพนั้นเป็นไปได้ยากขึ้นทุกทีเช่นกัน พนักงานขายหน้าร้านจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีข้อมูลของสินค้าและบริการให้ครบถ้วน รู้ลึก รวมถึงมีความรู้ เทคนิค ทักษะ รวมถึงกลวิธีที่จะทำให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อและพึงพอใจในการขายของพนักงานขายหน้าร้าน และกลับมาซื้อซ้ำอีกนั่นเอง
เพิ่มยอดขายด้วยยุทธวิธีเข้าถึงพฤติกรรมลูกค้า
(Sales Increasing By Customer Insight)
- การแข่งขันของธุรกิจในยุคปัจจุบันนี้ มีความรุนแรงมากขึ้น การขายด้วยวิธีการเดิมๆ ที่เรียกว่า Sales Force Oriented อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ นอกจากคู่แข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายแล้ว ลูกค้าก็มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าเช่นกัน มีความรู้มากขึ้น เปรียบเทียบก่อนการตัดสินใจซื้อ เป็นต้น ดังนั้น แนวทางในการขายจึงต้องให้ความสนใจและเห็นความสำคัญของลูกค้ามากขึ้น โดยมุ่งศึกษาและวิเคราะห์พฤติกรรมหรือLifestyleของลูกค้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะนำเสนอขายสินค้า ซึ่งเราเรียกว่าการขายที่มุ่งเน้นลูกค้า Customer Oriented ซึ่งนักจิตวิทยาพฤติกรรมศาสตร์ได้ศึกษาและวิเคราะห์พฤติกรรมของคน จนสามารถนำมาเป็นแนวทางในการปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ลูกค้าแต่ละประเภทให้นักขายเปิดการขายได้เหมาะสมเจาะจงตรงกับประเภทของลูกค้า ยังผลให้บรรยากาศการขายราบรื่นและลงเอยสู่การปิดการขายได้อย่างลงตัวนั่นเอง
สู่การสร้างจุดสัมผัสต่อยอดลูกค้าในอนาคต
- ปัจจุบันนักขายทุกคนกำลังเผชิญอยู่กับปัญหาการดูแลฐานลูกค้าที่มีขนาดใหญ่และจำเป็นต้องใส่ใจดูแลให้เกิดประสิทธิภาพในทุกวัน เนื่องจากในปัจจุบันการขายได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ลูกค้ามีตัวเลือกที่มากมาย คู่แข่งอยากเจาะฐานลูกค้าของเรา ซึ่งหากนักขายขาดการดูแลเอาใจใส่ย่อมหมายถึงการที่ปล่อยโอกาสให้ลูกค้าถอนตัวและเดินออกห่างจากนักขาย ดังนั้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าจึงเป็นคำตอบที่จะสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับนักขายในยุคปัจจุบัน
กลยุทธ์การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CRM เพื่อเพิ่มยอดขายและรักษาความสัมพันธ์
(Long life Relationship & High Impact By CRM Strategy)
- ในโลกของการแข่งขันทางธุรกิจอย่างรุนแรงเช่นทุกวันนี้ กลยุทธ์การบริหารลูกค้าที่ต้องคำนึงถึง คือ ลูกค้าในแต่ละรายมีความสำคัญไม่เท่ากัน เนื่องจากลูกค้าแต่ละรายทำรายได้ให้กับองค์กรแตกต่างกัน ดังนั้น การบริหารลูกค้า Key Account ที่สร้างรายได้ให้เรามาก จึงเป็นกลยุทธ์ที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ เพราะทรัพยากรขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย พนักงานผู้ให้บริการ รวมถึงงบประมาณนั้นมีอยู่อย่างจำกัด ความท้าทายผู้บริหารและพนักงานฝ่ายขาย “ต้องทำอย่างไร” ที่ให้ลูกค้า Key Account อยู่กับองค์กรให้นานแสนนานด้วย “ความภักดี” ต่อสินค้าและบริการ..... หลักสูตรนี้มีคำตอบ
ทัศนคติเชิงบวกแบบคิดอยากขายและอยากสำเร็จในงานขาย
(Positive Attitude with Want to Sell and Successful in Sales)
- ถ้าจะทำให้งานขายเป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ต้องยุ่งยาก ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องท้อแท้ใจ แถมยังขายได้ประสบความสำเร็จ นักขายจำเป็นต้องมีพื้นฐานหนึ่งซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่จะทำให้งานขายนั้นๆ ยังสามารถดำเนินก้าวหน้าต่อยอดขึ้นเป็นลำดับต่อไปได้ นั่นก็คือ การมีทัศนคติเชิงบวก ทัศนคติเกี่ยวกับงานขายเป็นเรื่องที่ต้องมาทำความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เข้าใจถึงต้นทุนพื้นฐานนี้ที่ต้องมี และต้องมีให้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย การมีทัศนคติที่ดีกับงานขายไม่ใช่การหลอกตนเองว่างานขายมันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ เพื่อให้ตนเองสบายใจในเบื้องต้น แล้วก็มากลุ้มใจในตอนท้าย แต่การมีทัศนคติที่ดีกับงานขายจะช่วยให้ทราบว่า หลายต่อหลายครั้งที่งานขายไม่ประสบความสำเร็จ เกิดจากการที่ตนเองคิดเอง ตัดสินเอง สรุปเอง ไปแล้วแทบทั้งสิ้น ซึ่งจริงๆ ลูกค้าอาจจะไม่ได้คิดอย่างที่เราคิดก็เป็นได้นั่นเอง
การบริหารทีมขายให้ได้เป้า
(Sales Team Management for Great Results)
- การบริหารทีมขาย (Sales Team Management) นับเป็นภารกิจสำคัญหลักของบุคลากรระดับบังคับบัญชาด้านการขาย เนื่องจากพนักงานขายเป็นบุคคลที่ต้องสัมผัสกับลูกค้าโดยตรง และส่งผลต่อความสำเร็จในการขายหรือให้บริการลูกค้าเป็นอย่างมาก หากพนักงานขายไม่ได้รับการดูแล การสอนแนะและการควบคุมติดตามผลงานที่ใกล้ชิดและเหมาะสม ย่อมยากที่จะผลักดันการขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดได้ หลักสูตรนี้ มุ่งเสริมความเข้าใจในคุณสมบัติของหัวหน้าทีมขาย เทคนิควิธีการบริหารลูกน้องที่เป็นสมาชิกทีมขายแบบต่าง ๆ รวมทั้งเทคนิคการวางแผนการขาย โดยใช้ความรู้ทางจิตวิทยามาผสมผสานกับเทคนิคการบริหารทีมเพื่อสามารถขับเคลื่อนการขายไปสู่เป้าที่กำหนดไว้ได้ ขณะที่สมาชิกทีมขายเติบโต (Growth) ในการทำงานตอบสนององค์กรอย่างเต็มที่
กลยุทธ์การบริหารกองทัพนักขาย
(Sales Force Management Strategy)
- การบริหารงานขาย เป็นเครื่องมือหนึ่งในการผลักดันให้ผลการทำงานที่เกิดขึ้นในทุกเมื่อเชื่อวันของพนักงานขายทรงประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจและอยู่ได้ขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจผันผวนอยู่ ดังนั้น ผู้ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนผลักดันในบทบาทของหัวหน้าทีมขาย จึงต้องเรียนรู้ทักษะและศิลปะในการบริหารพนักงานขายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น กลยุทธ์การบริหารกองทัพนักขาย (Sales Force Management Strategy) คือ กุญแจ ดอกสำคัญในการบริหาร“กองทัพนักขาย” ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการทำงานขาย