เรียนรู้สมรรถนะและการปรับใช้งานในองค์กร
- ในภาวะการปัจจุบันที่การแข่งขันทางธุรกิจที่มีความรุนแรงมากขึ้น องค์กรต่างๆ ต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโดยนำเอาแนวคิดการจัดการสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการบริหารและการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น และปรากฎว่าองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นิยมนำเอาสมรรถนะ (Competency) มาปรับใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น การสรรหา การพัฒนาและการวางแผนการเติมโตในสายอาชีพและการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สมรรถนะเพื่อการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
(Competency for HRM-HRD)
หลักสูตรอบรมที่จะช่วยปูพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องสมรรถนะให้จัดทำและการปรับใช้ในงานต่าง ๆ จากประสบการณ์ของผู้บริหารงาน HR วิทยากรและที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคล อันจะช่วยให้ HR ทั้งมือใหม่และที่มากประสบการณ์ได้เข้าใจทั้งในพื้นฐานและการประยุกต์ใช้ Competency ในงานจริง"
ลงลึกเรื่องของ Competency
การกำหนด Competency แต่ละประเภท
การจัดทำแบบประเมินช่องว่างแต่ละประเภท (Competency Gap Assessment)
Competency Mapping
การระบุ Competency ใน Job Description/Job Profile
(Creating Practical Competency for Line Manager)
- Competency หรือสมรรถนะเป็นหนึ่งในเครื่องมือของการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่องค์กรทั้งหลายนิยมนำมาใช้กัน นอกเหนือจากการจัดทำสมรรถนะหลัก (Core Competency) และสมรรถนะเชิงการจัดการ (Managerial Competency) แล้ว HR และหัวหน้างานสามารถระดมสมองเพื่อเรียนรู้และจัดทำก่อนที่จะได้นำเสนอไปยังฝ่ายบริหารระดับสูงพิจารณาปรับใช้สำหรับองค์กรได้ หลักสูตรนี้ ออกแบบมาเพื่อมุ่งฝึกปฏิบัติการจัดทำสมรรถนะทุกแบบในรายละเอียด
การออกแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร / หน่วยงาน
(Effective Performance Appraisal)
- การประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นเครื่องมือที่สำคัญสาหรับองค์กรใช้สาหรับการกำหนดและติดตามผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละตำแหน่ง ช่วยในการปรับปรุงงาน วางแผนเพื่อการปรับปรุงพัฒนาสมรรถนะของบุคลากร การจ่ายค่าตอบแทน และการปรับเลื่อนตำแหน่งหรือโยกย้ายบุคลากรไปสู่ตำแหน่งงานที่เหมาะสมอีกด้วย การประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี มักมีข้อติดขัดที่ไม่สามารถช่วยให้พนักงานสร้างผลงานที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ นโยบายและเป้าหมายของบริษัท
(Effective Skill Matrix Setting & Implementing)
หลักสูตร 1 วัน
- หลักสูตรนี้ออกแบบโดยวิทยากรที่มีประสบการณ์อย่างสูงในการจัดทำระบบ Competency ที่มีความซับซ้อนมากกว่าระบบ Skill Matrix และการออกแบบระบบ OJT ให้กับหลากหลายองค์กร โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม มุ่งสร้างความเข้าใจถึงแนวคิดและแนวทางในการจัดทำตารางทักษะการทำงานหรือ Skill Matrix รวมทั้งการกำหนดตัวชี้วัดทักษะ และการประเมินทักษะที่ต้องการตามหน้าที่งานต่าง ๆ โดยมุ่งเรียนรู้ทั้งทักษะที่เป็น Hard Skills และ Soft Skills โดยเน้นให้ความรู้ความเข้าใจเชิงลึก พร้อมฝึกปฏิบัติจริงเพื่อให้สามารถนำไปทำงานจริงในองค์กรของท่านได้
เทคนิคการจัดทำและปรับใช้ตารางทักษะการทำงานแบบลงลึกและได้ผล
(In-Depth & Effective Skills Matrix )
หลักสูตร 2 วัน
- การนำเอา Skill matrix มาปรับใช้ในงานบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
- บทบาทหน้าที่ของหัวหน้างานในการจัดทำ Skills Matrix
- การวิเคราะห์และประเมินทักษะ
- การกำหนด Skill Matrix
- ฝึกปฏิบัติจัดทำ Skills Matrix
(หลักสูตรสามารถออกแบบได้ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละองค์กรได้)
(Effective Skill Setting & Job Description Revision)
หลักสูตรอบรมที่จะทำให้ท่าน...
1. เข้าใจและฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์งาน การกำหนดรายการทักษะ และการจัดทำตารางทักษะการทำงานอย่างถูกต้อง
2. ทบทวนแนวทางการจัดทำใบกำหนดหน้าที่งาน (Job Description) ที่เชื่อมโยงกับตารางทักษะการทำงานหรือ Skills Matrix หรือการเชื่อมโยงกับระบบสมรรถนะ (Competency)
3. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าอบรม/สัมมนากับวิทยากร
(Skill Matrix Setting & Implementation)
การวิเคราะห์อัตรากำลังและการบริหารกำลังคน (หลักสูตร 1วัน)
(Effective Workforce Analysis and Workforce Planning)
- การวางแผนกำลังคน ถือเป็นประเด็นหนึ่งที่ภาคธุรกิจและ HR Manager ให้ความสำคัญมากที่สุดในช่วงระยะเวลานี้ องค์กรที่ไม่ได้วางแผนกำลังคน (Workforce Planning) จะประสบปัญหาตามมามากมายไม่ว่าจะเป็น "ต้นทุนพนักงาน" ที่เพิ่มขึ้น "งานล้นคน" หรือ "คนล้นงาน" "สูญเสียโอกาสในทางธุรกิจ" รวมถึงการมีผลกระทบต่อกำไรองค์กรในที่สุด โดยเฉพาะในภาวะที่มีการแข่งขันแย่งชิงกำลังคนที่เป็นคนเก่งและขาดแคลนในตลาดแรงงาน จึงยิ่งต้องใช้กำลังคนที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดประสิทธิภาพสอดคล้องตอบสนองกับเป้าหมายขอองค์กรอย่างสูงสุด
เทคนิคการวิเคราะห์อัตรากำลังด้วยภาระงานและการบริหารกำลังคน
(Job and Workload Analysis of Managing your Workforce)หลักสูตร 2 วัน
การวิเคราะห์ภาระงาน และบริหารกำลังคน นับได้ว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถขององค์กรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในโลกของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง องค์กรมักประสบปัญหาการหาคนทำงาน“ที่ใช่” (The Right People) ได้ยากจากตลาดแรงงานที่มีภาวะการแข่งขันกันสูง ส่งผลให้ต้องเน้นการใช้กำลังคนอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการวิเคราะห์ เพื่อทราบถึงกำลังคนที่จำเป็นต้องใช้สำหรับแต่ละหน่วยงาน และสามารถบริหารกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารกำลังคนที่ได้ผล จะช่วยให้องค์กรควบคุมต้นทุนพนักงาน การจัดสรรงานให้กับพนักงานอย่างลงตัว รวมทั้งการวางแผนเพื่อพัฒนาคุณภาพของคนทำงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการนี้ ย่อมช่วยให้องค์กรบริหารต้นทุนด้านกำลังคน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักต้นทุนหนึ่งขององค์กรได้มีประสิทธิภาพ นำไปสู่การมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นขององค์กรทั้งในระยะสั้นและระยะยาวในที่สุด อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ภาระงานนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจให้ดีถึงแนวทางในการวิเคราะห์ ข้อมูลที่จะต้องทำการรวยรวมเพื่อมาวิเคราะห์ ซึ่งนอกเหนือจะนำไปใช้สำหรับการวิเคราะห์ภาระงานด้วยในทางหนึ่งแล้ว ยังเป็นข้อมูลพื้นฐานของการนำไปใช้จัดทำใบกำหนดหน้าที่งาน การสัมภาษณ์ คัดเลือกพนักงาน และงานอื่นในการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
OKRs : Objectives & Key Results
เพื่อการบริหารผลงานและ ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ
Optimizing IDP เทคนิคการวางแผนและพัฒนาบุคลากรเป็นรายบุคคล
ทุกองค์กร ย่อมมุ่งเน้นการบริหารจัดการเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานให้บรรลุวิสัยทัศน์และภารกิจ องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสูง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการมีระบบและแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ดังกล่าว และการบริหารทรัพยากรบุคคล รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นกำลังสำคัญขององค์กรก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่องค์กรจะต้องพิจารณาทบทวนและดำเนินการต่อไป
การจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรเป็นรายบุคคล (IDP-Individual Development Plan) นั้น เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดความต้องการและรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะขององค์กร โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกเลือกสรรให้เป็นผู้ที่มีผลงานสูง มีศักยภาพ และมีความผูกพันกับองค์กร เพื่อให้พัฒนาได้อย่างตรงจุด ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิผล ได้ผลทันเวลาที่ต้องการ การจัดทำ IDP จึงถือได้ว่าเป็นแผนงานที่เป็นประโยชน์ต่อตัวพนักงานผู้บริหารและองค์กรเอง ที่บุคลากรระดับบังคับบัญชาทุกท่านควรได้เรียนรู้
การจัดทําเส้นทางการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร
(Creating Effective Training & Development Roadmap)
- องค์กรทั้งหลายต่างให้ความสําคัญต่ออการส่งเสริมพัฒนาให้บุคลากรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเส้นทางการเติบโตใน อาชีพของแต่ละสายวิชาชีพ เส้นทางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร (Training & Development Roadmap) จึงเปนหนึ่งในเครื่องมือบริหาร ทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่ (Modern HR Tools) ที่นิยมจัดทํากัน โดยเฉพาะในองคกรที่จัดทําระบบสมรรถนะ (Competency) ก็จะจัดทําเสมือนเส้นทางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรบนฐานสมรรถนะ (Competency-based Training Roadmap) เชื่อมโยงเขากับแนวทางการพัฒนา บุคลากรเป็นรายบุคคล (Individual Development Plan-IDP) อันจะทําให้บุคลากรได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะและพฤติกรรมที่สอดคล้อง กับการปฏิบัติงาน มีขวัญกําลังใจและพร้อมสําหรับการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นกําลังสําคัญตอองคกรในที่สุด
การจัดทำเส้นทางการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรตามใบกำหนดหน้าที่งาน
(Training & Development Roadmap by Job Description)
องค์กรทั้งหลายต่างให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมพัฒนาให้บุคลากรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเส้นทางการเติบโตในอาชีพของแต่ละสายวิชาชีพ เส้นทางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร (Training & Development Roadmap) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือบริหารทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่ (Modern HR Tools) ที่นิยมจัดทำกัน โดยเฉพาะในองค์กรที่จัดทำระบบสมรรถนะ (Competency) ก็จะจัดทำเส้นทางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรบนฐานสมรรถนะ (Competency-based Training Roadmap) เชื่อมโยงเขากับแนวทางการพัฒนาบุคลากรเป็นรายบุคคล (Individual Development Plan-IDP) อันจะทำให้บุคลากรได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะและพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน มีขวัญกำลังใจและพร้อมสำหรับการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นกำลังสำคัญต่อองค์กรในที่สุด
การจัดทำเส้นทางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรบนฐานสมรรถนะ
(Creating Effective Competency-based Training & Development Roadmap)
เน้น Workshop
- องค์กรทั้งหลายต่างให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมพัฒนาให้บุคลากรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเส้นทางการเติบโตในอาชีพของแต่ละสายวิชาชีพ เส้นทางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร (Training & Development Roadmap) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือบริหารทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่ที่นิยมจัดทำกัน สำหรับองค์กรที่ได้จัดทำระบบสมรรถนะ (Competency) นั้สามารถจัดทำเส้นทางฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรโดยใช้สมรรถนะที่ต้องการตามตำแหน่งงานมาใช้จัดทำได้อย่างง่าย และเชื่อมโยงเข้ากับแนวทางการพัฒนาบุคลากรเป็นรายบุคคล (Individual Development Plan-IDP) อันจะทำให้บุคลากรได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะและพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน มีขวัญกำลังใจและพร้อมสำหรับการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นกำลังสำคัญต่อองค์กรในที่สุด
แนวทางบริหารแผนสืบทอดตำแหน่งให้ทรงประสิทธิผล
(Effective Succession Management)
หลักสูตร 1.5 วัน
ทุกองค์กร ย่อมมุ่งเน้นการบริหารจัดการเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานให้บรรลุวิสัยทัศน์และภารกิจ องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสูง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการมีระบบและแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ดังกล่าว และการบริหารทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นกำลังสำคัญขององค์กรก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่องค์กรจะต้องพิจารณาทบทวนและดำเนินการต่อไป ขณะที่หลายองค์กรประสบปัญหาองค์กรเติบโตแต่บุคลากรที่มียังไม่พร้อมจะเติบโตมาช่วยงานสำคัญ โดยเฉพาะในตำแหน่งงานระดับบริหาร หรือประสบปัญหาว่าผู้บริหารระดับสูงขององค์กรใกล้เกษียณอายุงานแล้วแต่ยังไม่มีใครสักคนที่เหมาะสมมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งบริหารหรือ Successor แถมยังไม่มั่นใจว่าจะคัดเลือกเพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมมาเป็น Successor อย่างไรดี เป็นต้น โดยหลักสูตรนี้ นอกจากผู้เข้าเรียนรู้จะได้เข้าใจแนวคิด แนวทางและวิธีการวางแผนหาผู้สืบทอดตำแหน่งบริหาร (Succession Plan) เพื่อป้องกันปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากรในตำแหน่งงานหลัก (Key Positions) การกำหนดคุณสมบัติ แนวทางการคัดเลือก และการพัฒนา ประเมินผล Successor ให้เป็นผู้ที่สามารถขับเคลื่อนผลงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ (Competitive Advantage) ให้แก่องค์กรได้ และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือแนวทางการใช้ประโยชน์และรักษาตัวผู้สืบทอดตำแหน่งบริหารให้ทำงานสร้างผลงานแก่องค์กร แล้ว ยังจะได้ร่วมวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาระบบและวิธีการวางแผนหาผู้สืบทอดตำแหน่งบริหาร (Succession Plan) ขององค์กรที่มีใช้ในปัจจุบัน ให้มีประสิทธิผลมากขึ้น
(Succession Management Learn & Share)
ทุกองค์กรย่อมมุ่งเน้นการบริหารจัดการเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานให้บรรลุวิสัยทัศน์และภารกิจองค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่องมีความสามารถในการแข่งขันในระดับสูง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการมีระบบและแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ดังกล่าว และการบริหารทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นกำลังสำคัญขององค์กรก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่องค์กรจะต้องพิจารณาทบทวนและดำเนินการต่อไป ขณะที่หลายองค์กรประสบปัญหาองค์กรเติบโตแต่บุคลากรที่มียังไม่พร้อมจะเติบโตมาช่วยงานสำคัญ โดยเฉพาะในตำแหน่งงานระดับบริหาร หรือประสบปัญหาว่าผู้บริหารระดับสูงขององค์กรใกล้เกษียณอายุงานแล้วแต่ยังไม่มีใครสักคนที่เหมาะสมมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งบริหารหรือ Successor แถมยังไม่มั่นใจว่าจะคัดเลือกเพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมมาเป็น Successor อย่างไรดี เป็นต้น โดยหลักสูตรนี้ผู้เข้าเรียนรู้จะได้เข้าใจแนวคิด แนวทางและวิธีการวางแผนหาผู้สืบทอดตำแหน่งบริหาร (Succession Plan) เพื่อป้องกันปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากรในตำแหน่งงานหลัก (Key Positions) การกำหนดคุณสมบัติแนวทางการคัดเลือกและการพัฒนาประเมินผล Successor ให้เป็นผู้ที่สามารถขับเคลื่อนผลงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ (Competitive Advantage) ให้แก่องค์กรได้และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือแนวทางการใช้ประโยชน์และรักษาตัวผู้สืบทอดตำแหน่งบริหารให้ทำงานสร้างผลงานแก่องค์กร
(KPIs for Performance Appraisal)
การประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับองค์กรใช้เพื่อให้ทราบผลลัพธ์ของงานเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ และนำไปใช้เพื่อการวางแผนพัฒนาและปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งนำไปใช้เพื่อการจ่ายโบนัสหรือการขึ้นเงินเดือนประจำปีอีกด้วย แต่มักประสบปัญหาว่าการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรจำนวนไม่น้อย เลือกใช้เกณฑ์ที่อาศัยอัตวิสัยหริอใช้ดุลยพินิจของผู้ประเมินอย่างมาก การใช้ตัวชี้วัดผลงานและตัวชี้วัดผลงานหลัก (KPIs) จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณานำมาใช้โดยเฉพาะกับองค์กร SME ของบ้านเรา
การจัดทำตัวชี้วัดผลงานหลักสำหรับผู้จัดการ/หัวหน้างาน
(Key Performance Indicators Workshop)
ในสภาวะการปัจจุบันที่การแข่งขันทางธุรกิจมีความรุนแรงมากขึ้น องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยนำแนวคิดการจัดการสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการบริหารและการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น การใช้ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานหรือ Key Performance Indicators: KPIs เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร ได้กลายเป็นแนวปฏิบัติโดยทั่วไปขององค์กรเพื่อทำให้ทราบถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากงานที่ได้ปฏิบัติไปทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
หลักสูตรนี้ช่วยให้แนวคิดและความสำคัญของ “ตัวชี้วัดผลงานหลัก” (Key Performance Indicators : KPIs) การวิเคราะห์ภาระหน้าที่ของหน่วยงาน และกำหนด “ปัจจัยหลักชี้วัดความสำเร็จของงาน” (Key Success Factors : KSFs) เพื่อนำไปสู่การกำหนดตัวชี้วัดผลงาน และสร้างตัวชีวัดผลงานได้สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กร รวมทั้งแนวทางการประยุกต์ใช้กับงานบริหารทรัพยากรบุคคลเช่น การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี
การจัดการเชิงกลยุทธ์และบริหารแผนปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนผลงานสู่เป้าหมาย
(Strategic Management & Action Plan Management for Great Results)
- การจัดการเชิงกลยุทธ์ นับเป็นแนวทางการบริหารจัดการองค์กรที่ยังทันสมัยและได้รับความนิยมนำมาใช้แพร่หลายสำหรับองค์กรทั้งในภาคธุรกิจบริการและโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากการจัดการเชิงกลยุทธ์นั้น อาศัยวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายระดับองค์กรเป็นตัวตั้ง ก่อนที่แต่ละหน่วยงานภายในจะกำหนดกลยุทธ์หรือวิธีการที่ไม่ธรรมดาที่จะช่วยให้พันธกิจขององค์กรบรรลุผล และกระจายลงไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) สำหรับควบคุมและติดตามผลการปฏิบัติงานของบุคลากรอีกทอดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรบริหารจัดการตามความคุ้นเคยและมุ่งเน้นไปที่งานประจำ (Routinized Work) งานของหน่วยงาน ต่าง ๆ ภายในองค์กรจึงมักขาดความเชื่อมโยงกับเป้าหมายระดับองค์กร ส่งผลให้ยากที่จะบรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กรเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิผล จึงควรได้เรียนรู้ในหลักสูตรนี้
การจัดการความรู้เพื่อเสริมสร้างนวัตกรรมและขีดความสามารถขององค์กร
(KM for Organizational Innovation & Capability Enhancing)
- สถานการณ์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง และลูกค้ามีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม และเพื่อการตอบโจทย์ดังกล่าวและการประสบความสำเร็จในระยะยาว เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงนำระบบมาตรฐานการจัดการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ประกอบกับความจำเป็นที่จะต้องธำรงรักษาและจัดการความรู้ในองค์กร ดังนั้น การออกแบบให้มีระบบการจัดการคงวามรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 9001:2015 จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่องค์กรควรทราบ และทำความเข้าใจ เพื่อให้ตรงความคาดหวังของผู้บริหารองค์กร และนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิผลต่อองค์กร โดยหลักสูตรอย่างย่อหนึ่งวันนี้จะช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรม การตีความตามข้อกำหนด ISO 9001:2015 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ คุณค่าของการจัดการความรู้ รวมทั้งแนวทางการออกแบบระบบการจัดการความรู้เพื่อให้องค์กรและผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจและฝึกปฏิบัติการจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานอันเกี่ยวข้องอย่างได้ผล
การออกแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร / หน่วยงาน
(Effective Performance Appraisal)
- การประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นเครื่องมือที่สำคัญสาหรับองค์กรใช้สาหรับการกำหนดและติดตามผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละตำแหน่ง ช่วยในการปรับปรุงงาน วางแผนเพื่อการปรับปรุงพัฒนาสมรรถนะของบุคลากร การจ่ายค่าตอบแทน และการปรับเลื่อนตำแหน่งหรือโยกย้ายบุคลากรไปสู่ตำแหน่งงานที่เหมาะสมอีกด้วย การประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี มักมีข้อติดขัดที่ไม่สามารถช่วยให้พนักงานสร้างผลงานที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ นโยบายและเป้าหมายของบริษัท
(Creating Performance Management System)
- การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) เป็นภารกิจสำคัญหนึ่งของงานบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีขอบข่ายงานยกระดับมาจากการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal) โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้หัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชามีเครื่องมือและแนวทางทำให้พนักงานจัดการงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการประเมินผลงานเพียงอย่างเดียว หากองค์กรของท่านต้องการกระดับงานประเมินผลงานไปสู่การบริหารผลการปฏิบัติงานเพื่อให้ตอบโจทย์ดังกล่าว ไม่ควรพลาดการจัดอบรมหลักสูตรนี้ให้แก่ผู้บังคับบัญชาทุกระดับและทุกฝ่ายงานได้ทราบ
การปรับระบบ HR ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด ISO
(HR System aligned to ISO)
- การแข่งขันทางการค้ากันอย่างรุนแรง ทำให้หลายๆ บริษัท เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ในการนำมาตรฐานสากล ISO ทีสามารถพัฒนาหลักประกันให้ธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ได้หลากหลายด้าน เช่น ด้านคุณภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านพลังงาน ด้านความปลอดภัยอาหาร และ ด้านความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งมาตรฐาน ISO (International Organization for Standardization) ไม่ว่าเลขใดก็มุ่งเน้นเรื่องทรัพยากรบุคคล ที่มีผลกระทบต่อการบริหารงานขององค์กรอย่างมาก ดังนั้น การออกแบบระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่นักบริหารงานบุคคลควรทราบ และทำความเข้าใจ เพื่อให้ตรงความคาดหวังของผู้บริหาร และประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิผล
การจัดทำระบบพี่เลี้ยงในองค์กร
(Mentoring System Setting)
- ในโลกยุคธุรกิจ 4.0 องค์กรต่างต้องการบริหารจัดการทรัพยากร โดยเฉพาะทรัพยากรบุคคลที่มีแนวโน้มจะหาได้ยากในตลาดแรงงาน ควบคู่ไปกับการจัดการทรัพยากรอื่นขององค์กรเช่น เทคโนโลยี และงบประมาณเพื่อการันตีว่าองค์กรจะยังคงมีขีดความสามารถในการแข่งขันและเติบโตได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานที่มีคนเจนวายและเจนซี เข้ามาทำงานในองค์กรมากขึ้นตามลำดับ องค์กรจึงต้องพัฒนาระบบการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) ขึ้นเพื่อใช้สำหรับเป็นเครื่องมือในการพัฒนา หล่อหลอมกล่อมเกลาและการสานความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานต่างระดับกัน หลักสูตรนี้ มุ่งเน้นให้ความรู้แก่บุคลากรภายใน และ HR ในการพัฒนาระบบพี่เลี้ยงอย่างได้ผล
เทคนิคการจัดทำ OJT ให้สอดคล้องกับ ISO
(Effective On-the-job Training the Aligned to the ISO Requirements)
- สถานการณ์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง และลูกค้ามีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม และเพื่อการตอบโจทย์ดังกล่าวและการประสบความสำเร็จในระยะยาว เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงนำระบบมาตรฐานการจัดการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ซึ่งในระบบมีการมุ่งเน้นเรื่องทรัพยากรบุคคลที่มีผลกระทบต่อการบริหารงานขององค์กรอย่างมาก ดังนั้น การออกแบบระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยเฉพาะระบบการฝึกอบรมในงานหรือ OJT (On-the-job Training) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 9001:2015 จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่องค์กรควรทราบ และทำความเข้าใจ
การวางแผนปฏิบัติงานเพื่อผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
(Effective Action Planning for Great Results)
- ในชีวิตการทำงานนั้น เราจำเป็นต้องวางแผนปฏิบัติงาน ซึ่งจัดว่าเป็นแผนงานหน่วยย่อยที่สุด เพื่อให้มีกรอบและแนวทางการจัดการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาให้ได้ผลอย่างแท้จริง องค์กรจึงได้ให้ความรู้และฝึกทักษะของการวางแผนปฏิบัติงานเพื่อให้บุคลากรระดับปฏิบัติการเข้าใจ และใช้สามารถทำการวางแผนปฏิบัติงานในงานตามหน้าที่รับผิดชอบของตนเองได้อย่างเหมาะสม ความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผนและกรปฏิบัติตามแผนให้เกิดผล โดยเฉพาะการรู้จักนำเครื่องมือและวิธีการเช่น PDCA และ HORENSO มาใช้กับการทำงานตามแผนปฏิบัติงานให้ได้ผล จะช่วยให้บุคลากรของท่านทำงานได้บรรลุผลตามเป้าที่กำหนดไว้ นำมาซึ่งการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
(Effective Strategic Planning & Action Planning)
- การจัดการเชิงกลยุทธ์ นับเป็นแนวทางการบริหารจัดการองค์กรที่ยังทันสมัยและได้รับความนิยมนำมาใช้แพร่หลายสำหรับองค์กรทั้งในภาคธุรกิจบริการและโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากการจัดการเชิงกลยุทธ์นั้น อาศัยวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายระดับองค์กรเป็นตัวตั้ง ก่อนที่แต่ละหน่วยงานภายในจะกำหนดกลยุทธ์หรือวิธีการที่ไม่ธรรมดาที่จะช่วยให้พันธกิจขององค์กรบรรลุผล จากนั้นจึงวางแผนกลุยทธ์ (Strategic Plan) 1ระดับองค์กร และกระจายลงไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) สำหรับควบคุมและติดตามผลการปฏิบัติงานของบุคลากรอีกทอดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรบริหารจัดการตามความคุ้นเคยและมุ่งเน้นไปที่งานประจำ (Routinized Work) งานของหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กรจึงมักขาดความเชื่อมโยงกับเป้าหมายระดับองค์กร ส่งผลให้ยากที่จะบรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กรเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิผล จึงควรได้เรียนรู้ในหลักสูตรนี้
การบริหารทรัพยากรบุคคล HR รุ่นใหม่ หลักสูตร 2วัน
(HR for Modern HR)
- การบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับโลกการทำงานในองค์กรธุรกิจยุคใหม่ จะมุ่งเน้นในการทำงานที่สร้างสร้างมูลค่าเพิ่ม (value creation) มากขึ้น อันจำเป็นต้องมีทรัพยากรบุคคลที่มีทั้งความรู้ ทักษะและพฤติกรรมการทำงานหรือ Competency ที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร (Organization Fit) สอดรับกับหน้าที่งาน (Job Fit) และเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่เชิงการบริหารเช่นตำแหน่งผู้บริหาร ผู้จัดการและหัวหน้างาน (Superior Fit) ในการสรรค์สร้างให้เกิดสภาพการณ์เช่นนี้ องค์กรจำต้องพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีสมรรถนะสูง (High Performance HR) และเสริมสร้างทักษะความสามารถในการบริหารทรัพยากรบุคคลให้แก่บุคลากรระดับบังคับบัญชาทุกระดับ (Line Manager) ซึ่งเป็นผู้จัดการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยหน้าที่งานเอง (Non-HR Manager) และไม่ลืมที่จะเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและสร้างประสบการณ์ให้กับทีม HR เพื่อให้เป็น Modern HR ที่สามารถตอบสนองต่อการดำเนินงานทางธุรกิจขององค์กรร่วมกับ Non-HR Manager อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรได้เรียนรู้ในหลักสูตรนี้
การบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับผู้จัดการรุ่นใหม่ หลักสูตร 2 วัน
(HR for Non-HR Essential for Modern Manager)
- การบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับโลกการทำงานในองค์กรธุรกิจยุคใหม่ จะมุ่งเน้นในการทำงานที่สร้างสร้างมูลค่าเพิ่ม (value creation) มากขึ้น อันจำเป็นต้องมีทรัพยากรบุคคลที่มีทั้งความรู้ ทักษะและพฤติกรรมการทำงานหรือ Competency ที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร (Organization Fit) สอดรับกับหน้าที่งาน (Job Fit) และเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่เชิงการบริหารเช่นตำแหน่งผู้บริหาร ผู้จัดการและหัวหน้างาน (Superior Fit) องค์กรจำต้องพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีสมรรถนะสูง (High Performance HR) และเสริมสร้างทักษะความสามารถในการบริหารทรัพยากรบุคคลให้แก่บุคลากรระดับบังคับบัญชาทุกระดับ ในขณะที่การบริหารทรัพยากรบุคคลนั้นมีขอบข่ายที่หลากหลายและนับได้ว่าผู้จัดการตามสายงาน (Line Manager) นั้นเป็นผู้จัดการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยหน้าที่งานเอง (Non-HR Manager) เนื่องจากผู้จัดการตามสายงานทั้งหลายจะต้องบริหารจัดการพนักงานในสังกัดของตนเองตามแนวทางหรือแนวปฏิบัติด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่องค์กรกำหนดไว้ให้ได้ประสิทธิผล นำมาซึ่งพนักงานภายใต้บังคับบัญชาที่สามารถส่งมอบผลงานได้ตามที่คาดหวังจากหน้าที่รับผิดชอบ มีศักยภาพในการเติบโตรองรับองค์กร และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการธำรงรักษาขีดความความสามารถในการแข่งขันขององค์กร จึงควรได้เรียนรู้ในหลักสูตรนี้
(Smart Job Description)
- ใบกำหนดหน้าที่งาน (Job Description) เป็นเอกสารสำคัญรายการหนึ่งที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเป็นเอกสารที่ระบุถึงขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ และองค์ประกอบอื่นเช่น ผลลัพธ์ที่ต้องการหรือคาดหวังจากการปฏิบัติหน้าที่งาน ตัวชี้วัดผลงานหลัก (Key Performance Indicators) และข้อมูลอื่น ซึ่งจะช่วยให้คนทำงานเข้าใจถึงสิ่งที่องค์กรต้องการจากตำแหน่งงานหนึ่งใดนั้น อย่างไรก็ตาม ใบกำหนดหน้าที่งานอาจจัดทำในหลากหลายรูปแบบที่องค์กรเห็นว่าเหมาะสม แต่ก็ควรจัดทำให้ถูกต้อง ครบถ้วนและใช้งานได้ง่ายด้วย
เทคนิคการเขียนขั้นตอนการทำงานอย่างง่ายแต่ได้ผล
(Effective Working Instruction Writing)
- หลักสูตรนี้ จะเน้นการสอนถึงความสำคัญขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Work Instruction) ความเชื่อมโยงกับระบบมาตรฐานคุณภาพ ISO และประโยชน์ต่อการนำมาใช้ทำงาน รวมทั้งแนวทางการเขียนและการอ่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Work Instruction) โดยเน้นที่การฝึกเขียนให้ถูกต้อง รวมทั้งการเชื่อมโยงงานเพื่อเขียนขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานได้อย่างครบถ้วน และนำไปใช้กับงานอื่นเช่นการวิเคราะห์อัตรากำลัง และการจัดฝึกอบรม OJT (On-the-Job Training) ให้กับพนักงานใหม่ด้วย อันจะช่วยให้การการทำงานเป็นไปอย่างทมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
การวิเคราะห์ SWOT เพื่อจัดทำตัวชี้วัดผลงาน
(SWOT Analysis for KPIs Setting)
- ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) เป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานของบุคลากรทั้งระดับบุคคล (Individual) ระดับหน่วยงานและระดับองค์กร (Organization) โดยเฉพาะในการวางแผนที่จะดำเนินการเรื่องหนึ่งใด จำเป็นอย่างมากที่จะต้องวิเคราะห์ให้ได้อย่างชัดเจนว่าจะอย่างไรเพื่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนนั้น ยิ่งในระดับองค์กรที่เป็นระดับใหญ่ ก่อนที่จะดำเนินการเรื่องใด ควรอย่างยิ่งที่จะได้ทำการวิเคราะห์ให้เห็นภาพขององค์กรทั้งด้านปัจจัยภายในว่าเรามีศักยภาพเพียงใด มีจุดแข็ง จุดอ่อนในเรื่องอะไรบ้าง และวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องในกรอบการวิเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่จะเป็นโอกาสและเป็นอุปสรรคในการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ หรือที่เรียกว่าทำ SWOT Analysis เสียก่อน การวิเคราะห์แบบนี้ เป็นหนึ่งในเครื่องมือของการศึกษาวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาขององค์กร หน่วยงาน หรือระดับบุคคล อันสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารองค์กรได้หลากหลาย เช่นการกำหนดกลยุทธ์ในการวางแผนธุรกิจ การวางแผนการตลาด แผนการดำเนินงานและ ใช้เป็นเครื่องมือสำคัญของการวางแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) และการกำหนดตัวชี้วัดผลงาน (KPIs-Key Performance Indicators) ซึ่งเป็นที่มีของการเรียนรู้ในหลักสูตรนี้
กฎหมายแรงงานภาคปฏิบัติ สำหรับ HR มืออาชีพและผู้บังคับบัญชา
(Practical Labor Law for Professional HR and Leaders)
เรียนรู้หลักและแนวทางดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในเรื่องที่กำหนดเป็นหัวข้อการเรียนรู้
ฝึกทักษะการคิดเชิงระบบในการมองปัญหาและความเชื่อมโยงของกรณีศึกษากับหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
แลกเปลี่ยนมุมมอง แง่คิดและประสบการณ์ในการบริหารจัดการด้านแรงงานร่วมกันระหว่างผู้เรียนรู้ด้วยกัน และระหว่างวิทยากรกับผู้เรียนที่เข้ารับการอบรม
การจัดทำ Job Description และการนำไปใช้ในงานแบบมืออาชีพ
(Effective Job Description & Implementation)
ความแตกต่างระหว่าง Job Description และ Functional Description
การนำ Job Description ไปใช้ในงานบริหารงานบุคคล
การวิเคราะห์งาน (Job Analysis) เพื่อจัดทำ Job Description
ปัญหาและอุปสรรคของการจัดทำ Job Description
ข้อแนะนำในการแก้ไขปรับปรุง Job Description แบบมืออาชีพ
การสรรหาคัดเลือกบุคลากรอย่างเป็นระบบ และเทคนิคการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกคนที่ "ใช่"
(Recruitment for the Right Fit)
แนวทางการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรอย่างได้ผล
แนวทางการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่เป็นระบบและนำไปปรับใช้ได้
เครื่องมือของการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรและแนวทางการนำไปใช้
กฎหมาย PDPA ที่กระทบต่อการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรขององค์กร
แนวทางการจัดการงานสรรหาและคัดเลือกบุคลากรเพื่อไม่ให้ขัดต่อ PDPA
(Effective On-the-Job Training)
เรียนรู้ระบบของการสอนงานแบบ OJT (On-the-job Training) เทคนิคสอนงานแบบ OJT และความแตกต่างของการสอนงานแบบ OJT กับวิธีการพัฒนาบุคลากร
ขั้นตอนการสอนงานแบบ OJT และร่วมกันกำหนดขั้นตอนของการสอนงานแบบ OJTพร้อมฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์ทักษะ การกำหนดหัวข้อและเนื้อหาการสอนงานแบบ OJT การเตรียมสื่อและเอกสารประกอบ และการประเมินผลการสอนงานแบบ OJT
ประเมินพร้อมกำหนดแนวทางการพัฒนาทักษะพื้นฐานของการสอนงานแบบ OJT
เชื่อมโยงของการสอนงานแบบ OJT กับวิธีการพัฒนาบุคลากรอย่างอื่น และการพัฒนาทักษะของพนักงานตามแนวทาง Skills Matrix พร้อมคำแนะนำจากวิทยากร